• Welcome to ลงประกาศฟรี โพสฟรี โปรโมทเว็บไซด์ให้ติดอันดับ SEO ด้วย PBN.
 

poker online

ปูนปั้น

Menu

Show posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Show posts Menu

Messages - damonshoppu

#151


สำหรับเครื่องปั๊มนมแบบไร้สายปัจจุบันถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่หลังคลอดหลายคนมาก แต่หากใช้งานไปเรื่อยไม่ได้มีการใส่ใจดูแลรักษาก็อาจจะเสียหาย ชำรุดได้ง่าย ๆ ดังนั้น เราจึงได้รวบรวมเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อให้เครื่องมีอายุการใช้งานยืนยาวมากขึ้นมาบอกต่อ จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันได้

แนะนำการดูแลเครื่องปั๊มนมที่ถูกต้อง ใช้อายุการใช้งานยืนยาว

จริง ๆ แล้วที่ปั๊มนมจะมีทั้งแบบมือ และแบบไฟฟ้า หรือเรียกว่าไร้สายนั่นเอง โดยแบบไฟฟ้าก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาด้วยความทันสมัยที่มากขึ้น เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่มากเพราะคุณแม่หลาย ๆ คนยังคงต้องเดินทางไปทำงาน และก็ต้องการที่จะสต็อกน้ำนมเอาไว้สำรอง เพื่อให้ลูกได้ดื่มกินในช่วงที่คุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วย ไม่ได้เอาเข้าเต้าโดยตรง

เครื่องนี้จะมีการใช้งานรูปแบบมอเตอร์เป็นส่วนประกอบหลัก อายุการใช้งานของมอเตอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยปกติจะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 – 3 ปี แม้ว่ามีบางยี่ห้อที่บอกว่าใช้งานได้ 5 ปีก็ตาม แต่ก็จะขึ้นอยู่กับการดูแลที่ผ่านมาด้วย เพราะหากคุณรู้การดูแลที่เหมาะสมถูกต้องก็จะช่วยยืดอายุออกไปได้อีก แล้วเทคนิคการดูแลอย่างถูกต้องเป็นยังไง?

- ควรมีการศึกษาเกี่ยวกับข้อมูลเครื่องเครื่องช่วยปั๊มนมด้วยก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ดูว่ายี่ห้อไหนดี น่าสนใจ รีวิวจากหลาย ๆ คนเป็นยังไงเพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด ใช้งานเครื่องได้แบบยาวนานมากขึ้น
เครื่องปั๊มนมไร้สาย หรือแบบไฟฟ้าไม่ควรมีการใช้งานที่ถี่เกินไป เมื่อใช้งานไปก่อนหน้าควรมีการพักอย่างน้อย 3 ชม. และควรปั๊มติดต่อกันที่ 20 – 30 นาที เท่านั้น เพราะหากใช้แบบยาวนานมากเกินไปจะทำให้เกิดความเสียหายต่อไปในอนาคตได้
- ควรมีการล้างทำความสะอาดเครื่องปั๊มทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จแล้ว เช็ดสายยางด้านนอกให้สะอาดเรียบร้อย และล้างกรวยที่ปั๊มนมให้สะอาดก่อนเอาผ้าเช็ดให้แห้ง และไม่เก็บเครื่องไว้ใกล้กลับที่มีความร้อนสูง เป็นต้น

การใช้งานเครื่องปั๊มนมรูปแบบไร้สายแต่ละยี่ห้อ แต่ละชนิดเป็นอย่างไร มีอายุการใช้งานจริง ๆ เป็นเท่าไหร่ คุณแม่ควรมีการศึกษาทำความเข้าใจอยู่เสมอ และดูด้วยว่าขณะใช้งานมีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นไหมด้วย เสียงดังมากกว่าปกติ มีอาการสั่น ฯลฯ โดยที่ต้องไม่ลืมพิจารณาเลือกเอายี่ห้อ เอารุ่นที่ตอบโจทย์ตัวเองมากที่สุดด้วย คุ้มค่าคุ้มราคา ใช้งานเกิดประสิทธิภาพแบบยืนยาวไม่ต้องซื้อใหม่บ่อย ๆ ไปอีก หวังว่าต่อจากนี้การใช้งานจะผ่านไปได้อย่างดีที่สุด
#152


สำหรับใครที่กำลังหาซื้อรถเข็นผู้ป่วยเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายด้านการเคลื่อนย้าย แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่ได้เลย ไม่รู้จะซื้อยี่ห้อไหน รุ่นไหน แนะนำเป็น MATSUNAGA OS-12TPSP40B-16 การันตีว่าเป็นรถที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างที่สุด แต่จะมีความน่าสนใจขนาดไหนบ้างเราไม่รอช้าที่จะพาทุกคนได้หาคำตอบ ตามมาทางนี้ด่วน

รีวิวรถเข็นผู้ป่วย MATSUNAGA OS-12TPSP40B-16

ต้องยอมรับว่า MATSUNAGA OS-12TPSP40B-16 เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อ หนึ่งรุ่นที่ค่อนข้างน่าสนใจมาก ๆ โดยที่เป็นรถช่วยผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่เป็นรูปแบบล้อเล็ก โครงสร้างผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย ที่มีความทนทานอย่างมากต่อสภาพแวดล้อม ใช้งานได้อย่างดี น้ำหนักเบา สามารถรองรับได้มากกว่า 100 กก. เบาะเป็นพนักพิงไวนิลที่นุ่มสบายสุด สามารถปรับเอนนอนได้ 90 – 115 องศาเลยทีเดียว พร้อมปรับแถบปรับความแน่นของพนักพิงได้เลยตามต้องการ มาพร้อมเบรกล็อคที่ทำงานได้ดีทั้ง 2 ข้าง เป็นระบบ Foot Brake Wheel Lock ไม่ทำให้ล้อไหลแน่นอน

ล้อหน้า – ล้อหลังเป็นยางต้นที่ไม่ต้องสูบลมก็ใช้งานได้แบบไม่มีปัญหา รวมถึงพนักพิงหัวก็สามารถปรับหมุนได้ ถอดออกเมื่อไม่ใช้งานก็ได้ด้วย สามารถพับเก็บได้ พกพาได้สะดวกสบาย พื้นที่น้อยก็จัดเก็บได้เพราะประหยัดพื้นที่สุด ๆ เป็นอีกรถเข็นไฟฟ้าที่คุ้มค่าคุ้มราคาสุด คันละ 55,000 บาท ซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือเพียง 46,750 บาทเท่านั้นด้วย

วิธีการใช้งาน คำแนะนำ และข้อควรระวังที่ก่อนใช้ต้องรู้

สำหรับการใช้งานวีลแชร์ MATSUNAGA OS-12TPSP40B-16 จะเป็นลักษณะของการใช้เพื่อเข็นอำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุที่ต้องการเคลื่อนย้ายตัวเอง โดยที่ควรศึกษาคู่มือ ข้อควรระวัง คำเตือนก่อนการใช้งาน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ตัวเอง โดยที่ควรใช้อย่างระมัดระวังลดเสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ดี ทั้งนี้มีข้อควรระวังในการใช้งานที่ควรรู้อีก คือ

- ห้ามใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรด – ด่าง มาใช้ทำความสะอาดตัวรถอย่างเด็ดขาด
- ห้ามมีการดัดแปลง แก้ไข หรือใช้งานสินค้าผิดประเภทเด็ดขาด
- ห้ามอยู่ใกล้ความชื้น ความร้อน หรือเปลวไฟเด็ดขาด
- ระมัดระวังเรื่องการกระแทกที่อาจทำให้สินค้าที่ใช้งานนี้เกิดความเสียหายได้ง่าย ๆ
- ควรมีผู้ดูแล และต้องคอยดูแลในการใช้งานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันอันตรายผู้ป่วย ผู้สูงอายุไม่มากก็น้อย

ต้องบอกเลยว่ารถเข็นผู้ป่วยยี่ห้อ MATSUNAGA OS-12TPSP40B-16 จัดว่ามีความน่าสนใจมาก ๆ เพราะคุณจะได้ใช้งานสินค้าที่มีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยเหลือผู้ป่วยให้มีการเคลื่อนย้ายได้อย่างสบายใจ ไปตามที่ที่ต้องการ แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการศึกษาวิธีการใช้งาน คำแนะนำ และข้อควรระวังเอาไว้ด้วย เพื่อให้เข้าถึงการใช้งานที่ปลอดภัย ไม่เป็นปัญหาต่อทั้งผู้ดูแล และผู้ป่วย ผู้สูงอายุไปได้
#153


เพราะการเดินทางปัจจุบันเราควรใส่ใจที่จะดูแลทุกคนที่นั่งโดยสารไปด้วย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ยังไม่สามารถป้องกันตัวเองได้หากเกิดอันตราย หรือเพื่อความปลอดภัยอย่างที่สุดกับการใส่ใจเลือกใช้งานคาร์ซีท ซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงข้อดี และการเลือกใช้งานที่ตอบโจทย์ เพื่อสร้างความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

เหตุผลที่การเดินทางของเราควรเลือกใช้งานคาร์ซีท

ต้องยอมรับว่าการใช้สิ่งนี้เป็นสิ่งที่มีเพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้อย่างดี โดยเฉพาะเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 15 เดือนเนื่องด้วยยังไม่มีความแข็งแรงพอ โดยเฉพาะกระดูกคอ จึงกลายเป็นอีกสิ่งที่จำเป็นอย่างมากยิ่งเป็นครอบครัวที่เดินทางบ่อยยิ่งต้องมี เพราะ

- สามารถใช้งานได้ง่ายตลอด 24 ชม.
- นั่งได้อย่างสะดวกสบาย ไม่อึดอัด ไม่ทำให้เด็กงอแง จะรถติด ๆ หรือเดินทางไกลมีไว้ช่วยได้มาก
- เมื่อใช้งานไปแล้วสามารถนำออกมาเพื่อทำความสะอาดได้ทุกครั้งตามต้องการ เพื่อเป็นการลดกลิ่นอับ หรือใครที่ไม่ได้ใช้งานแล้วก็ควรเอาออกมาตากแดด หรือทำความสะอาด เพื่อป้องกันกลิ่นอับ เชื้อราได้เช่นกัน
- สำหรับคาร์ซีท ราคาไม่ได้แพงมาก พร้อมใช้งานได้อย่างยาวนาน เมื่อเทียบกับความปลอดภัยที่ควรมีแล้วถือว่าคุ้มค่า โดยที่อายุการใช้งานก็ค่อนข้างยาวนาน

แนะนำการเลือกให้ปลอดภัย เพื่อการใช้งานที่สบายใจ

เรามักจะเกิดคำถามว่าเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี? ทั้งที่จริงเราควรรู้ก่อนว่าจะเลือกใช้งานแบบไหนถึงจะดี แล้วค่อยไปเลือกดูยี่ห้อ ราคาต่อไป แล้วจะเลือกแบบไหนถึงจะดี?

- เลือกที่มีจุดยึดแบบ 5 ตำแหน่ง : ที่จะช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่มีต่อเด็กได้ดีมากกว่า 3 ตำแหน่ง
- เลือกแบบที่มีการป้องกันด้านข้างด้วย : เพื่อลดการเกิดปัญหาที่มักจะกระแทกมาจากทางด้านข้างเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- เลือกการใช้งานแบบ Rear – Facing ได้นาน : เพราะเด็กควรนั่งหันหลังจน 2 ปี จึงควรเลือกแบบที่ปรับระดับได้ พร้อมกันทางด้านหลังได้อยู่
- เลือกที่ติดตั้งได้แข็งแรง : โดยที่ควรทำได้ทั้งแบบ ISOfix ที่มีในรถ และแบบยึดติดกับ Seat Belt ที่ต้องเหมาะกับรถตัวเอง และติดตั้งไม่ยุ่งยาก พร้อมความแข็งแรงแบบจัดเต็ม
- เลือกให้เหมาะกับขนาดตัวเด็ก : เพื่อให้การนั่งสบาย และรับการป้องกันอย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ดี การเลือกใช้งานคาร์ซีทจะสามารถวางได้ 2 แบบ คือ Rear – Facing ที่กันไปด้านหลังเหมาะกับเด็กอายุแรกเกิด – 2 ปี ป้องกันการบาดเจ็บของเด็ก กระดูกสันหลัง และ Forward – Facing ที่นั่งแบบผู้ใหญ่หันหน้าออก เหมาะกับเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ที่ไม่สามารถกันไปด้านหลังได้แล้ว
#154


ถือว่าเป็นอีกภาชนะที่ควรมีติดครัวเรือนในปัจจุบันอย่างที่สุดกับหม้อทอดไร้น้ำ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำอาหาร อุ่นอาหาร กระนั้นหากใครยังไม่รู้จะเลือกใช้งานยี่ห้อไหนดี เราก็มีมาแนะนำ อย่าง ยี่ห้อ PHILIPS HD9200/91 0.8 กก. สีดำ ที่บอกได้แค่ว่าของมันต้องมี!! ซึ่งวันนี้เราก็มีข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ศึกษาอย่างเจาะลึก

หม้อทอดไร้น้ำที่ของมันต้องมี PHILIPS HD9200/91 0.8 กก. สีดำ

สำหรับหม้อทอดชนิดนี้ช่วยเติมเต็มความอร่อยได้ง่ายด้วยเมนูหลายอย่าง พร้อมลไขมันจากอาหารที่สูงสุด 90% รังสรรค์เมนูเพื่อคนรักสุขภาพ ที่คงความหรอบ ความอร่อยเอาไว้อย่างดี ไม่เสียรสชาติ ช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับหลากหลายเมนูโดยที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน

- ให้กำลังไฟในการใช้งานที่ 1400 วัตต์ ที่พร้อมเทคโนโลยี Rapid Air พร้อมช่วยให้อาหารมีความกรอบนอก ฉ่ำใน และสุกอย่างทั่วถึง
หม้อทอดไร้น้ำมัน Philips นี้ มีขนาดที่น่าสนใจ 0.8 กก. ที่มาพร้อมความจุ 4.1 ลิตร สามารถเพลิดเพลินกับอาหารที่มีไขมันน้อย ๆ ถึง 90%
- สะดวกต่อการใช้งานด้วยตัวจับเวลาที่มีภายในตัวเอง สามารถตั้งเวลาเพื่อปรุงอาหารได้ล่วงหน้ามากถึง 60 นาทีได้เลย
- ใช้งานง่ายมาก ๆ พร้อมช่วยให้คุณประหยัดเวลาเพียงกดปุ่มเลือกโปรแกรม ไม่ต้องกลับวัตถุดิบขณะประกอบอาหาร หรืออยู่ในหม้อเลยด้วย
- มีความสามารถในการควบคุม และปรับอุณหภูมิได้เต็มที่ด้วยความร้อน 80 – 200 องศาฯ
- ชิ้นส่วนของหม้อทุกชิ้นที่มีสารเคลือบอาหารที่ติดไว้เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด และสามารถเอาไปใช้เข้าเครื่องล้างจานได้เลย

ข้อควรระวังในการใช้งาน PHILIPS HD9200/91 0.8 กก. สีดำ

อย่างไรก็ตาม คุณควรมีการใช้งาน PHILIPS HD9200/91 0.8 กก. สีดำ ควรมีความระมัดระวังอยู่ด้วย ซ฿งสามารถระบุได้ ดังนี้

- ห้ามมีการดัดแปลง แก้ไข หรือใช้งานแบบผิดประเภท
- ไม่ควรใส่อาหารที่มีปริมาณมากเกินกว่าระดับที่ระบุไว้
- ควรมีการจัดเก็บ หรือจัดวางอุปกรณ์ให้พ้นจากมือเด็กเสมอ โดยเฉพาะบ้านไหนที่มีเด็กเล็ก
- ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์หากปลั๊ก - สายไฟ หรือเครื่องเกิดการชำรุด
- ห้ามเติมน้ำมันลงในหม้อ เนื่องจากอาจทำให้ไฟลุกไหม้ได้
- ห้ามจุ่มตัวเครื่องลงน้ำโดยตรง รวมถึงของเหลวทุกชนิด หรือเปิดน้ำก๊อกให้ไหลผ่านหม้อ
- ห้ามวางเครื่องไว้ใกล้เตาไฟฟ้า เตาแก๊ส เตาอบ หรือแผ่นทำความร้อนด้วยไฟฟ้าทุกประเภท

สำหรับการใช้งานหม้อทอดไร้น้ำยี่ห้อ PHILIPS HD9200/91 0.8 กก. สีดำ จะใช้เพื่อประกอบอาหาร อุ่นอาหาร หรือทำอาหารต่าง ๆ ทั้งนี้ควรมีการศึกษาข้อมูล และปฏิบัติตามที่คู่มือแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้งานไม่มีปัญหาตามมาภายหลัง ซึ่งหม้อทอดไร้น้ำมัน ราคาจะอยู่ที่ 4,290 บาท หากซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 2,890 บาท
#155


วันนี้เราขออาสาพาทุก ๆ คนไปทำความรู้จักกับ 4 ยี่ห้อเครื่องวัดความดันที่ควรมีติดบ้านไว้ใช้งาน แม้จะเป็นคนธรรมดาก็ควรมีไว้วัดดูได้ เผื่อว่าใครที่กำลังมองหาจะได้กล้าตัดสินใจซื้อได้ทันท่วงที การันตีมีแต่ยี่ห้อที่ได้ประสิทธิภาพสูง แต่จะเป็นยี่ห้อไหนบ้างนั้นไปติดตามพร้อมกันได้เลย

4 ยี่ห้อเครื่องวัดความดันที่ทุก ๆ คนควรซื้อติดบ้านไว้ใช้

1. ยี่ห้อ BOSO MEDICUS X

เริ่มต้นกับเครื่องแรกยี่ห้อ BOSO MEDICUS X ที่เป็นอุปกรณ์ช่วยวัดความดันได้แบบอัตโนมัติ ใช้ที่ต้นแขน ที่ขนาดผ้าพันรอบต้นแขนที่ 22 – 32 ซม. ทำให้ได้การวัดค่าความดันที่แม่นยำอย่างมาก มั่นใจผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ESH ที่ได้รับมาตรฐานสูง มีระบบการบีบตัวแบบอัจฉริยะที่ทำให้ได้ระดับการบีบตัวที่เหมาะสมกับต้นแขนของผู้ใช้งาน ไม่ต้องมีการบีบซ้ำ ราคาเครื่องละ 2,900 บาท ซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 2,490 บาท

2. ยี่ห้อ ALLWELL 2005

เครื่องวัดความดันโลหิตอีกยี่ห้อที่ไม่ควรพลาดกับ ALLWELL 2005 ที่มีช่วงการวัดความดัน 0 – 300 mmHg และยังมีค่าความคลาดเคลื่อนที่ +-3 mmHg ด้วย มีช่วงการวัดความกว้าง วัดค่าความดัน และยังสามารถตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจได้แม่นยำมากด้วย หน้าจอ LCD แสดงผลเป็นรูปแบบการวัด Systolic, Diastolic โดยที่ยังมีอัตราการเต้นของหัวใจ พร้อมสัญลักษณ์ที่บอกเราเลยทันทีหากอัตราการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ ราคาที่ 2,690 บาท ซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 1,470 บาท

3. ยี่ห้อ BEURER BC28

ต่อมาเป็นระบบ Oscillometric สามารถควบคุมลมได้ง่ายมาก เป็นการลดการบาดเจ็บจากแรงบีบ สะดวกต่อการใช้วัดความดันโลหิต และชีพจรที่ข้อมือด้วยเส้นรอบวงตั้งแต่ 14 – 19.5 ซม. หน้าจอ LCD แสดงผลเป็นรูปแบบตัวเลขที่ทำให้ง่ายต่อการอ่านข้อมูล โดยที่บันทึกค่าผู้ใช้ได้ด้วย 2 คน (60 ค่าต่อคน) ราคาเครื่องละ 1,990 บาท ซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 1,190 บาท

4. ยี่ห้อ 3C MEDICAL HK-805

สุดท้ายเป็นที่วัดความดันยี่ห้อ 3C MEDICAL HK-805 ที่ค่อนข้างสะดวกต่อการใช้งานมาก ๆ โดยที่เหมาะกับการวัดด้วยตัวเองสุด หน้าจอเป็นดิจิตอลที่แสดงผลออกเป็นตัวเลข ทำให้ง่ายต่อการอ่านข้อมูล และแจ้งผลเป็นระบบเสียงภาษาไทย ที่ยังมีระบบปั๊มลมแบบออโต้ด้วย สามารถควบคุมลมให้มีความนุ่มนวลได้ไปอีก เพื่อเป็นการลดอาการบาดเจ็บที่มาจากแรงบีบ ราคา 2,200 บาท ซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 1,790 บาท

และทั้งหมดนี้ก็เป็นทั้ง 4 เครื่องวัดความดันที่มีฟังก์ชันต่าง ๆ น่าสนใจอย่างมาก พร้อมช่วยให้การวัดผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพขั้นสุด ด้วยราคาที่ตอบโจทย์เราด้วย หวังว่าคุณจะสามารถตัดสินใจเลือกซื้อได้ไม่มากก็น้อย
#156


ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันโรคโควิด – 19 ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และการตรวจด้วยชุดตรวจโควิดก็สำคัญอย่างมาก กระนั้นการใช้งานชุดตรวจที่ว่าอาจมีปัญหาผลบวก ผลลบปลอมเกิดขึ้นมาได้ด้วย กระนั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่าที่เราใช้งานมีความแม่นยำอย่างไร แล้วปัจจัยใดที่ทำให้เกิดผลบวก – ผลลบปลอม? เอาเป็นว่าเราไปศึกษารายละเอียดพร้อมกันดีกว่า

ความแม่นยำชุดตรวจโควิด และปัจจัยผลบวก – ลบปลอม

ต้องอธิบายว่าที่ตรวจโควิดที่ได้มาตรฐานถือว่าจะได้รับค่าความแม่นยำที่สูงมาก ๆ เลย โดยที่จะเป็นการคัดกรองเบื้องต้นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่อาจจะมีผลลบลวงตา ที่ทำให้เราต้องตรวจซ้ำอยู่บ้าง แต่ผลบวกปลอมต่ำมากก็แทบไม่ให้เราได้เห็นด้วยเช่นกัน แล้วจะมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิดผลบวกปลอม ผลลบปลอม? เราก็มีมาบอกต่อ คือ

1. ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจบวกปลอม

ปัญหาที่เกิดขึ้นคือผู้ที่เข้ารับการตรวจผ่าน ATK ไม่ติดเชื้อโควิด – 19 แต่มีผลตรวจเป็นบวกขึ้นมา ซึ่งชุดตรวจนี้จะพบเชื่อเมื่อมีไวรัสในปริมาณที่สูงมาก ๆ เท่านั้น หากพบว่าผลเป็นบวกก็จะค่อนข้างมั่นใจได้เลยว่าติดเชื้อจริง ๆ ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดผลบวกปลอมก็มี คือ

- ชุดตรวจไม่ได้มาตรฐาน อย.
- ติดเชื้อไวรัส หรือจุลชีพอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน
- มีการปนเปื้อนจากอุปกรณ์ที่ใช้พื้นที่ที่มีการทดสอบ ณ ขณะนั้น
- สิ่งส่งตรวจมีการปนเปื้อน ส่งตรวจในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ ไม่เหมาะสม
- ไม่ได้มีการทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามคู่มือ เช่น อ่านผลเกินกว่าเวลาที่กำหนดไว้

2. ปัจจัยที่ทำให้ผลตรวจลบปลอม

ผู้เข้ารับการตรวจด้วย ชุดตรวจ ATK ติดเชื้อโควิด – 19 จริง แต่ผลดันออกมาว่าเป็นลบ การที่ติดผลลบเป็นเรื่องปกติมาก เพราะอาจมีหลายปัจจัยทำให้เกิดข้อผิดพลาด โดยเฉพาะปริมาณไวรัสที่มีในร่างกายตอนตรวจน้อยเกินไป ทำให้เกิดความชะล่าใจหลังจากที่ตรวจเสร็จ ถามว่าปัจจัยใดที่ทำให้เกิดผลลบปลอม?

- เก็บสารส่งตรวจ ณ ขณะนั้นไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม
- ไม่ได้มีการทำตามขั้นตอนทดสอบที่มีตามคู่มือ เช่น ตอนอ่านผลทำเร็ว หรือทำช้าเกินไป แหย่เข้าจมูกไม่ลึก ไม่โดนเชื้อในโพรงจมูก ปริมาณตัวอย่างน้อย – มากเกินไป เป็นต้น

จึงเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าหากไม่อยากให้ได้ผลตรวจบวกปลอม หรือลบปลอมคุณจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำตามคำแนะนำของข้อกำหนด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ชุดตรวจโควิดด้วยว่าได้มาตรฐานไหม โดยควรต้องมีการขึ้นทะเบียน อย. และตรวจไปตามขั้นตอนอย่างถูก กระนั้นหากตรวจแล้วมีผลตรวจผิดพลาดอีกให้ตรวจซ้ำยี่ห้ออื่น หรือเปลี่ยนเป็นการตรวจกับรูปแบบที่มีความแม่นยำสูง อย่าง RT – PCR
#157


ปัจจุบันการเลือกซื้อเตียงผู้ป่วยกลายเป็นความจำเป็นอย่างมาก กระนั้นสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อมีอยู่และควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจเสมอ เพื่อให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุใช้งานได้อย่างดี เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ทุกการใช้งานของทุกคน แต่จะมีสิ่งไหนที่ต้องรู้บ้าง เราไปติดตามรายละเอียดพร้อมกันเลยดีกว่า

บอกต่อสิ่งที่ต้องรู้ก่อนการซื้อเตียงผู้ป่วยใช้งาน

1. ดูเรื่องของผู้ใช้งานให้ตอบโจทย์เตียง

อย่างแรกที่ต้องดูกันเลยว่าผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุเป็นใคร ที่ความสามารถในการเคลื่อนไหวด้วยตนเองมากน้อยแค่ไหน สามารถนอนพลิกเองได้ไหม ช่วยตัวเอง ลุกนั่งได้ไหม หรือติดเตียงทำอะไรไม่ได้เลย ฯลฯ เพื่อให้เราสามารถเลือกประเภทเตียงให้เหมาะสม และทำให้การใช้งานง่ายมากขึ้น

2. ศึกษาฟังก์ชันที่มีของเตียง

อีกสิ่งที่ต้องศึกษาก็คือฟังก์ชันที่มีของเตียงที่เราต้องการซื้อ โดยปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายมาก ความสามารถในการปรับเตียงช่วงหลัง ปรับช่วงขา หรือปรับความลาดเอียง รวมถึงปรับระดับที่จะเลือกสูง – ต่ำได้หมด

3. เตรียมเงินให้เพียงพอ

ต้องเข้าใจเลยว่าเตียงของผู้ป่วยนั้นมีทั้งปกติ และเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าด้วย ซึ่งสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้ก็คืองบประมาณที่ควรต้องมีให้เพียงพอด้วย เพราะจะสอดคล้องกับการเลือกเตียงที่ปกติ ไฟฟ้า รวมถึงฟังก์ชันเยอะก็จะมีราคาที่สูงตามไปด้วยนั่นเอง

4. ต้องตรวจสอบเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย

เตียงที่ใช้งานสำหรับผู้ป่วยนั้นจะมีเรื่องของความปลอดภัยด้วย โดยที่จะเป็นในเรื่องของลักษณะราวกันตก ที่มีรูปแบบปีกนก ธรรมดา รวมถึงการรับน้ำหนักผู้ป่วยที่เหมาะสม เตียงที่ดีจะมีรายละเอียดต่าง ๆ บอกเราหมด ไม่ว่าจะยี่ห้อไหน รุ่นไหนก็ตาม

5. ขนาดเตียงเท่าไหร่ เคลื่อนย้าย พับเก็บได้ไหม?

เรื่องของขนาดเตียงก็สำคัญ จะเตียงผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้พิการนั้นดูเลยว่ามีขนาดเท่าไหร่ โดยที่จะต้องวางให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่เราต้องการวางด้วย ดูเรื่องล้อ การเคลื่อนย้ายเตียงที่ต้องมีความสะดวกสบาย รวมถึงความสามารถในการพับเก็บที่เมื่อไม่ใช้งานทำได้ไหม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะวางตั้งเกะกะเมื่อเลิกใช้

6. มีการรับประกันจากผู้ขาย มีมาตรฐานต่าง ๆ

สุดท้ายที่ต้องดูก่อนซื้อก็คือการรับประกันที่มีจากผู้ขาย จากยี่ห้อ แบรนด์ที่ซื้อ ควรต้องมีรองรับเราอย่างต่ำ 1 ปี รวมถึงต้องมีมาตรฐานต่าง ๆ ที่สร้างความมั่นใจน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะมาตรฐานจาก อย. หรือ ISO 13485 (มาตรฐานเครื่องมือทางการแพทย์) เมื่อเตียงมีปัญหาจะได้ติดต่อสอบถามได้

การเลือกซื้อเตียงผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุนั้นเราจำเป็นต้องพิจารณาจากหลากหลายปัจจัยด้วย เพื่อให้การใช้งานตอบโจทย์ตรงสไตล์เรามากที่สุด และเมื่อได้เตียงมาใช้งานแล้วก็ต้องรู้จักการดูแลรักษาด้วย การันตีการใช้งานยาวนานมากยิ่งขึ้น
#158


ปัจจุบันสถานการณ์โควิด – 19 ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องแม้จะให้เป็นโรคประจำท้องถิ่นแต่อาการก็ยังมีความรุนแรงไม่น้อย ทว่าเมื่อมีอาการเข้าข่ายแต่ไม่รู้จะใช่ไม่ใช่แน่นอนว่าต้องมีการใช้ชุดตรวจโควิดเพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ ถึงกระนั้นก็ไม่วายมีปัญหาคือผลที่ออกมาไม่ถูกต้อง แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร มีปัจจัยอะไรที่ส่งผลบ้าง เราไม่รอช้ามีข้อมูลมาแนะนำ

ผลบวกปลอม – ผลลบปลอมจากชุดตรวจโควิดไม่ได้มาตรฐาน

มีโอกาสเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกันเมื่อใช้ที่ตรวจโควิดแล้วและกลายเป็นผลบวกปลอม หรือผลลบปลอมโดยเฉพาะใครที่ใช้ชุดตรวจที่ไม่ได้มาตรฐาน ถามว่าจะมีสาเหตุมาจากอะไร?

1. ผลบวกโควิดปลอม หรือ False Positive

ที่เมื่อมีการยืนยันผลด้วย RT – PCR แล้วไม่ได้ติดเชื้อแต่ชุดตรวจแอนติเจนแบบเร็วแสดงผลออกมาเป็นบวกเสียได้ มีสาเหตุมาจาก

- การติดเชื้อไวรัสที่มีจุลชีพอื่น ๆ รวมอยู่
- การปนเปื้อนที่มาจากพื้นที่ที่กำลังตรวจสอบลงอุปกรณ์ที่ใช้อยู่ ณ ขณะนั้น
- สภาพสิ่งส่งตรวจที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปได้เงื่อนไขการเตรียมตัว
- การปฏิบัติขั้นตอนไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง อย่างการอ่านผลเกินเวลาที่ได้มีการกำหนดไว้

2. ผลโควิดเป็นลบปลอม หรือ False Negative

เมื่อมีการตรวจยืนยันด้วย RT – PCR แล้วติดเชื้อ แต่ใช้ชุดตรวจ ATK แบบเร็วผลออกมาเป็นลบ หรือไม่ติดเชื้อ  เป็นไปได้โดยเกิดจากสาเหตุคือ

- มีการเก็บสิ่งที่ส่งตรวจแบบไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม
- เพิ่งติดเชื้อมาในระยะแรก ๆ ที่ร่างกายยังมีเชื้อไวรัสในปริมาณที่ต่ำอยู่
- การปฏิบัติตามขั้นตอนที่ทดสอบแบบไม่ถูกต้อง อย่างการอ่านผลในช่วงเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม มีคำแนะนำจากแพทย์เพิ่มเติมด้วย โดยผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด – 19 โดยที่มีอาการเล็กน้อย ที่หากผลตรวจไม่ได้พบเชื้อ ให้รอ 3 – 5 วันต่อมาแล้วค่อยตรวจซ้ำอีกรอบ โดยระหว่างที่รอตรวจให้แยกกักตัวไปก่อน เมื่อมีอาการที่รุนแรงให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อด้วยวิธีมาตรฐานซ้ำอีกครั้ง และเมื่อพบเชื้อจริง ๆ ก็รอรับยาได้เลย

จะเห็นได้เลยว่าผลบวกปลอม ผลลบปลอมนั้นเกิดขึ้นได้หนึ่งในสาเหตุคือใช้ชุดตรวจโควิดที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็ทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ได้มาตรฐานด้วยเช่นกัน ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่ามีความเสี่ยงในการจะติดเชื้อโควิด – 19 แล้วต้องมีเครื่องตรวจติดบ้านไว้ก็อยากให้พิจารณาหาสิ่งที่ดีที่สุด ยี่ห้อที่ดีที่สุด มีการรองรับจากหน่วยงานมาตรฐานที่ทำให้เราอุ่นใจในการใช้งานได้มากขึ้น ซึ่งก็หวังว่าต่อจากนี้การเลือกซื้อเครื่องตรวจจะผ่านไปได้ราบรื่น พร้อมให้รู้ผลการติดเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ
#159


คุณแม่หลาย ๆ คนมีปัญหาเรื่องการใช้นมลูก และจำเป็นต้องใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างเครื่องปั๊มนมให้มีน้ำนมออกมาให้ลูกได้ดื่มกิน กระนั้นคุณกำลังเป็นคุณแม่สไตล์ไหน ใช้เครื่องที่ว่ารูปแบบใดแล้วยังไม่รู้ตัวเองเลย เราไม่รอช้ามีข้อมูลมาให้ศึกษา มาแนะนำ เพื่อการใช้งานที่ตอบโจทย์ที่สุด

ลักษณะการปั๊มนมกับการใช้งานเครื่องปั๊มนมที่เหมาะสม

1. ต้องปั๊มนมบ่อยมากแค่ไหน?

นิสัยของการปั๊มนมที่คุณต้องรู้จักตัวเองก่อนเลยว่าเป็นคนที่มีความจริงจังในการปั๊มมากขนาดไหน เป็นคนที่ชิลล์ ๆ ไม่ได้ปั๊มบ่อย หรือปั๊มหนักมากทุก 3 ชม. ก็จะต้องทำตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญบอกกล่าว เพราะเครื่องปั๊มที่ดีจะกระตุ้นน้ำนมได้ดี สามารถปั๊มออกมาได้สม่ำเสมอมาก ๆ และมีน้ำนมเหลือสต็อกเก็บไว้มากมายทีเดียว

2. คุณแม่ที่มีปัญหาน้ำนมไม่ไหล

เป็นอีกความกังวลของคุณแม่ที่ต้องใช้ที่ปั๊มนมอย่างที่สุด หรือมีสรีระร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้กังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูก ๆ และดูเหมือนน้ำนมไม่ไหลตั้งแต่คลอดลูกเลยสักนิด ก็จะต้องปั๊มอยู่เรื่อย ๆ แนะนำว่าให้ใช้แบบปั๊มมือที่จะทำให้คุณได้รู้จังหวะของน้ำนมตัวเองที่มีการพุ่งออกมา และรู้แรงบีบของมือที่ช่วยควบคุมน้ำนมได้ดี เวลาเห็นน้ำนมเอ่อออกมาที่หัวนมแล้วบีบก็พุ่งทำให้มีกำลังใจสุด เหมือนได้ปั๊มด้วยมือเราเอง เมื่อปั๊มได้ดีก็ค่อยเปลี่ยนไปใช้แบบไฟฟ้าก็ได้

3. คุณแม่ที่พร้อมให้นมลูกตลอดเวลา

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นคุณแม่ที่ไม่ค่อยมีเรื่องงานให้ห่วง ไม่มีเรื่องอะไรให้ทำมาก พร้อมเป็นแม่ผู้ให้นมลูกได้เสมอ เน้นที่จะเอาลูกเข้าเค้ามากกว่ากินจากขวด แนะนำให้ใช้เครื่องปั๊มนมไร้สายไฟฟ้าที่กระตุ้นได้ 2 จังหวะเหมาะมากที่สุด เพื่อความสะดวกสบายไม่ต้องมีสายระโยงระยาง หรือใครจะใช้แบบปั๊มมือเองก็ได้

4. เมื่อคลอดแล้วคุณแม่ต้องแยกจากลูก

สุดท้ายก็คือแม่ที่คลอดลูกแล้วต้องแยกจากกัน หรือบางคนไม่สะดวกดูเอง ให้คุณย่า คุณยายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด ต้องปั๊มนมเก็บไว้เลย อาจจะเหมาะกับเครื่องปั๊มที่เป็นไฟฟ้าชนิด 2 เต้าไปเลย แต่ต้องดูขนาดของกรวยปั๊มที่ควรพอดีกับขนาดหัวนมด้วย รวมถึงความแรงในการดูด เพราะบางคนก็ชอบแบบแรง ๆ บางคนชอบแบบละมุน

การที่เราให้นมลูกด้วยน้ำแนมม่ หรือของตัวเองนั้นดีต่อสมองของเด็กน้อยลูกเราอย่างมาก เพราะมี MFGM ที่ช่วยเซลล์ไขมันให้คงรูปได้ในน้ำนมที่มีสารอาหารต่าง ๆ มากมาย และไขมันเชิงซ้อน พร้อมกรดไขมันช่วยให้สมองเด็กพัฒนาได้ดี และการใช้เครื่องปั๊มนมก็ช่วยทุ่นแรงไปได้มาก แต่ก็ต้องเลือกให้ตอบโจทย์สไตล์ตนเองด้วย
#160


เมื่อพูดถึงความปลอดภัยที่มีภายในรถแล้วอุปกรณ์อย่างคาร์ซีทไม่อาจมองข้ามไปได้ กระนั้นสิ่งนี้ไม่ได้มีเฉพาะในเด็กเล็กแต่อย่างใด ยังมีให้เด็กโตได้ใช้งานเพื่อความปลอดภัยไปด้วย แต่หากใครอยากซื้อแต่ยังไม่รู้จะเลือกยี่ห้อไหนดี แนะนำให้เลยสำหรับเด็กโต อายุ 4 – 11 ปี ยี่ห้อ RENOLUX RENOFIX ซึ่งจะมีรายละเอียดอย่างไรไปติดตามกันได้

RENOLUX RENOFIX คาร์ซีทสำหรับเด็กโต 4 – 11 ปี

ในการเดินทางด้วยยานพาหนะสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ก็คือเบาะที่นั่งเด็กที่มีไว้เพื่อเด็กโต และหากถามว่าคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดีแนะนำเป็นรุ่น RENOLUX RENOFIX เพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุด ที่ผลิตจากวัสดุที่เป็นมาตรฐาน มีความมั่นคงสุด เสริมด้วยโฟมชนิดพิเศษ ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ และมีการออกแบบที่สามารถรับสรีระร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมปรับระดับความสูงของพนักพิงที่ปรับได้เลย 4 ระดับ

มีการติดตั้งแบบ Isofix ที่ปรับเอนได้ด้วย เมื่อติดตั้งเป็น Belt เพื่อรองรับในการใช้งานอย่างมีคุณภาพ ที่ปรับความสูง – ต่ำของพนักพิงที่มีความเหมาะสมเพื่อให้ลูกได้สบายตัวและนั่งใช้งานได้อย่างดี เพิ่มความปลอดภัยสูงด้วยสายรัดนิรภัย 3 จุด ใช้งานตลอดการเดินทางได้อย่างสบายใจ

คุณสมบัติที่มีสำหรับ RENOLUX RENOFIX

- เหมาะกับเด็กที่มีอายุ 4 – 11 ปี ที่มีน้ำหนัก 15 – 36 กก.
- โครงสร้างผลิต Technologies Softness ที่เป็นเหล็กเนื้อหนา มั่นคง เสริมตัวโฟมชนิดพิเศษที่ช่วยซับแรงกระแทกได้ดี
- สามารถปรับพนักพิงได้ 4 ระดับกับการติดตั้งแบบ Isofix ที่ปรับเอนได้เลยอิสระกับการติดตั้งแบบ Belt
- ใช้งานได้อย่างมั่นใจ มีความปลอดภัยสูง ได้มาตรฐานการรองรับของ ECE R44/04
- มีการเสริมระบบนิรภัยแบบสายรัด 3 จุดที่เพิ่มความปลอดภัย และทำให้แน่นหนาขณะใช้งานมากขึ้น
- ปรับระดับความสูงที่มีของพนักพิงได้ 15 ซม. ที่ถือว่าสูงเหมาะสมกับวัยเด็ก เพื่อรองรับหัวที่มีอย่างเหมาะสม
- ผ้าหุ้มเบาะสามารถถอดได้ เพื่อให้การซักทำความสะอาด การดูแลรักษาง่ายมากขึ้น
- มีผ้าหุ้มเนื้อเบาะสัมผัสนุ่มสุด มีความยืดหยุ่นได้ดี มีตะเข็บแบบซ่อนด้วยทำให้นั่งสบาย เรียบมือไม่ติดขัด
- RENOLUX RENOFIX คาร์ซีท ราคา 19,900 บาท แต่หากสั่งซื้อผ่านออนไลน์ลดเหลือ 15,900 บาท

สำหรับการใช้งานติดตั้ง RENOLUX RENOFIX คาร์ซีทนี้นั้นจะใช้กับรถยนต์เพื่อให้เด็กอายุ 4 – 11 ปี น้ำหนัก 15 – 36 กก. ได้นั่งใช้งาน โดยที่ให้หันด้านหน้าไปทางหน้ารถเท่านั้น และควรศึกษาข้อมูลก่อนใช้งานให้ละเอียด ทั้งนี้ ควรเลือกขนาดให้เหมาะสมกับเด็กที่จะใช้งานด้วย
#161


วันนี้เราขอเอาใจผู้ที่ต้องการซื้อรถเข็นเด็กมาใช้โดยที่มีความสามารถในการพับได้ง่าย ๆ กับยี่ห้อ QPLAY รุ่น QP001N สีเขียว ที่นอกจากมีฟังก์ชันดี ๆ ให้ได้สัมผัสแล้วก็ยังมีราคาที่ย่อมเยาเพียง 4,900 บาทไปอีก ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไรบ้างนั้น เพื่อให้เข้าใจและตัดสินใจซื้อใช้งานตอบโจทย์ ตามเราไปดูรีวิวอย่างเจาะลึกกันดีกว่า

รีวิวรถเข็นเด็กแบบพกพา QPLAY รุ่น QP001N สีเขียว

เผื่อว่าใครที่กำลังมองหารถใช้เข็นเด็กเพื่อพาลูกน้อยออกนอกสถานการณ์ได้แบบสะดวกสบาย ปลอดภัย โดยที่อยากแนะนำเป็นรุ่น QPLAY รุ่น QP001N สีเขียว ที่เป็นแบบพกพาได้ โครงสร้างผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีคุณภาพสูง รองรับการกระแทกด้านต่าง ๆ ได้อย่างดี มีหลังคาป้องกันแสงแดดแบบ UV โดยเป็น UPF50+ เมื่อลูกน้อยนั่งอยู่ก็จะไม่ได้โดนแดด ไม่ทำให้ร้อนระอุ

เบาะนั่งที่ก็พอดีและสามารถปรับได้ 2 ระดับ เด็กสามารถนั่งได้สบายไม่อึดอัด สามารถปรับการใช้งานต่าง ๆ ได้ 4 รูปแบบ นอกจากนี้ยังมี T – Bar ที่กันเด็กตกจากรถเข็น และมีเข็มขัดนิรภัยที่ล็อคได้ 5 จุด ปลอดภัยอีกขั้นไปกับล้อ 360 องศา เบรกมีการใช้เท้าเหยียบรถหยุดได้เลยทันที คุณรู้สึกมั่นใจได้ในทุกครั้งที่ลูกน้อยใช้งาน

คุณสมบัติที่มีของรถเข็นสำหรับเด็ก QPLAY รุ่น QP001N สีเขียว

- เป็นรถที่เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือน – 3 ปี และมีน้ำหนักไม่มากกว่า 15 กก.
- สามารถปรับการเข็นได้ 4 รูปแบบด้วยกันทำให้สะดวกต่อการใช้งาน ทั้งหันหน้าเข้า หันหน้าออก พับเก็บได้ ถอดหลังคาได้
- มีบาร์กันตกเป็นรูปทรง T – Bar ที่มีปุ่มกดซ่อนได้ ทำให้ป้องกันเด็กที่นั่งร่วงตกลงมา
- สามารถปรับระดับที่นั่งได้ 2 ระดับ และมีเบาะนั่งที่สามารถใช้งานได้ 2 ทิศทางเลยทีเดียว
- เป็นรถเข็นเด็กพับได้ที่มาจากประเทศเยอรมันที่ใช้อะลูมิเนียมเกรดพรีเมียมเป็นโครงสร้างการผลิต สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี
- น้ำหนักเบามาก พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกเพราะพับเก็บได้อย่างที่บอกไป
- สามารถปรับระดับการนั่งได้ 2 ระดับ และมีเบาะนั่งที่ใช้งานได้ 2 ทิศทางด้วย
- ล้อยางกันลื่นได้โดยหมุนได้ 360 องศา มีระบบกันเบรกรถไหล เมื่อเหยียบรถเข็นก็จะหยุดเลยทันที
- หลังคาปรับได้มีสารป้องกันยูวีรูปแบบ UPF 50+ ถอดออกได้สบาย

อย่างไรก็ตาม ในการใช้งานรถเข็นเด็กยี่ห้อ QPLAY รุ่น QP001N สีเขียว ก็ยังมีข้อควรระวังอยู่ด้วยโดยที่ควรใช้ตามอายุ และน้ำหนักที่แนะนำไป ทุกครั้งที่จอดรถต้องใช้ระบบห้ามล้อไว้เพื่อไม่ให้รถไหล ต้องมีคนดูแลเด็กตลอด ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่ที่รถคนเดียว และไม่ควรแขวนของต่าง ๆ ไว้ที่รถเพราะจะทำให้ไม่มั่นคง เป็นต้น